มารู้จักกับ “ถุงลมนิรภัย” ที่จะช่วยปกป้องผู้ขับขี่จากอุบัติเหตุได้

Free photos of Crash test

นอกจากเข็มขัดนิรภัยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยลดอาการบาดเจ็บ จากการเกิดอุบัติเหตุบนรถยนต์ได้อีกด้วย นั่นก็คือ “ถุงลมนิรภัย” นั่นเอง ไปดูกันว่าถุงลมนิรภัยจะอยู่ตรงไหนของรถบ้าง และจะเด้งออกมาเมื่อไหร่ ไปดูกันเลย

ถุงลมนิรภัยหน้าตาเป็นอย่างไร?

เป็นถุงลมขนาดใหญ่คล้ายหมอนสีขาว โดยปกติจะไม่ได้เห็นถุงลมนิรภัย เพราะจะซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของรถ แต่หากเกิดอุบัติเหตุคุณถึงจะได้เห็นถุงลมนิรภัย (ซึ่งแน่นอนว่าไม่อยากเห็นกันหรอก) เมื่อเกิดอุบัติเหตุถุงลมนิรภัยจะพองออกมาทันที เป็นเหมือนหมอนสีขาวมีความยืดหยุ่น เพื่อช่วยป้องกันคุณจากการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อถุงลมเด้งออกมาก็ใช้ว่าจะไม่เจ็บเลย แต่ก็ยังเจ็บน้อยกว่าบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอยู่ดี

ถุงลมนิรภัยอยู่ตรงไหนบ้าง

รถแต่ละยี่ห้อจะมีถุงลมนิรภัยไม่เท่ากัน แต่โดยส่วนมากถุงลมนิรภัยจะมีอย่างน้อย 2 จุด โดยถุงลมนิรภัยจะอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในรถ ดังนี้

  1. ถุงลมด้านหน้า : ติดตั้งอยู่บริเวณคนขับรถ และที่นั่งข้างคนขับ เพื่อช่วยรองรับหน้าอกและศีรษะ ไม่ให้บาดเจ็บร้ายแรงจากอุบัติเหตุ
  2. ถุงลมด้านข้าง : บางยี่ห้ออาจติดตั้งอยู่ตรงบริเวณแผงประตู หรือบางยี่ห้อก็จะติดตั้งอยู่ที่ตัวเบาะนั่ง ถุงลมนิรภัยที่อยู่ด้านข้าง จะช่วยป้องกันการกระแทกของร่างกาย ในบริเวณร่างกายส่วนกลางและร่างกายส่วนล่าง
  3. ม่านถุงลม : ติดตั้งอยู่ในบริเวณด้านข้างของตัวรถ เพื่อช่วยป้องกันการชนจากด้านข้าง ช่วยป้องกันศีรษะและใบหน้าไม่ให้รับแรงกระแทกจากด้านข้าง ลดการบาดเจ็บรุนแรงที่จะเกิดขึ้น
  4.  ถุงลมป้องกันเข่าและขา : ติดตั้งอยู่ในบริเวณใต้คอนโซลของผู้ขับขี่ เพื่อช่วยป้องกันขา หัวเข่า และสะโพก ไม่ให้ไปชนกับคอนโซลด้านล่างที่ยื่นออกมา
  5. ถุงลมที่พื้น : ติดตั้งบริเวณพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าไปกระแทกกับบริเวณพื้นโดยตรง แต่ถุงลมประเภทนี้มักไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ จึงจะไม่ค่อยเห็น

ถุงลมนิรภัยทำงานอย่างไร?

ถุงลมนิรภัยจะทำงานในช่วงความเร็วของรถยนต์ มีความเร็วมากกว่า 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถุงลมนิรภัยจึงจะพองตัวขึ้นมา โดยในรถยนต์ทุกคันจะมีเซนเซอร์ตรวจจับแรงกระแทก เมื่อเซนเซอร์จับแรงกระแทกได้เกิดความรุนแรงที่กำหนด ถุงลมนิรภัยจึงจะทำงานด้วยการพองตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่อยู่ภายในถุงลมนิรภัยคือสารเคมีโซเดียมเอไซด์ ที่เมื่อได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง จะกลายเป็นโลหะโซเดียมและแก๊สในโตรเจน ทำให้ถุงลมนิรภัยพองออกมา และจะค่อย ๆ ยุบตัว เพราะไม่อย่างนั้นถุงลมจะอัดกับใบหน้านานเกินไป ทำให้หายใจไม่ออกได้ในกรณีหมดสติ

เช็กสภาพถุงลมนิรภัย

จะเห็นว่าถุงลมนิรภัยมีความสำคัญ ต่อผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก ไม่ควรละเลยการนำรถเข้าตรวจสภาพประจำปี เพื่อที่จะได้ตรวจสอบความพร้อมของถุงลมนิรภัย ไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดการชำรุด เพื่อที่ในเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน ถุงลมนิรภัยจะได้ทำงานเป็นปกติ ไม่อย่างนั้นเวลาเกิดเหตุ ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน ทำให้คุณบาดเจ็บหนักได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมนำรถไปตรวจสภาพประจำปีด้วย

 

ถึงแม้ว่าถุงลมนิรภัย จะช่วยปกป้องคุณจากอุบัติเหตุในการขับขี่ได้แล้ว ก็อย่าลืมรัดเข็มขัดนิรภัยด้วย เพราะไม่อย่างนั้นโดนตำรวจจับได้ หากไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย และอีกอย่างการเกิดอุบัติเหตุคุณไม่มีทางได้รู้เลย ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณอุ่นใจยิ่งขึ้น นอกจากอุปกรณ์ความปลอดภัยบนรถแล้ว การทำประกันก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ Rabbit Care ไม่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดที่ไหน เราก็พร้อมที่จะดูแลคุณ ด้วยบริการ Roadside Assistance ที่ให้ทั้งคำปรึกษาด้านเทคนิคในกรณีที่รถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการรถยกอีกด้วย และเรายังมีศูนย์ซ่อมครอบคลุมทั่วไทย อยากซ่อมรถแบบไหน ที่ไหน คุณเลือกได้ มีศูนย์ให้เลือกทั่วไทย เข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://rabbitcare.com/car-insurance/type1